ประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) ของบริษัทแอดวานซ์ ดิจิทัล ดิสทริบิวชั่น จำกัด


บริษัท แอดวานซ์ ดิจิทัล ดิสทริบิวชั่น จำกัด (“บริษัท”) ให้ความสำคัญต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน จึงได้จัดทำประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (“ประกาศฯ”) ฉบับนี้ โดยขอแนะนำให้ท่านทำความเข้าใจประกาศฯ ฉบับนี้ เนื่องจากเป็นการแจ้งให้ท่านทราบถึงวิธีการที่บริษัทปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เช่น การเก็บรวบรวม การใช้ การเปิดเผย รวมถึงสิทธิต่าง ๆ ของท่าน ในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยประกาศฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยสอดคล้องกับนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ กลุ่มบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) มีรายละเอียดดังนี้

1. ประกาศฯ นี้ใช้กับบุคคลดังต่อไปนี้

• ลูกค้าของบริษัทที่เป็นบุคคลธรรมดา เช่น ผู้ขอเอาประกันภัย หรือผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ เป็นต้น

• ผู้ประกอบการ คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้ให้บริการ หรือคู่สัญญาของบริษัทที่เป็นบุคคลธรรมดา

• บุคคลธรรมดาที่มีความเกี่ยวข้องหรือมีความสัมพันธ์กับลูกค้า ผู้ใช้บริการ คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้ให้บริการ ที่เป็นนิติบุคคล เช่น ผู้ถือหุ้น กรรมการ ผู้รับมอบอำนาจกระทำการแทน ผู้ประสานงาน ผู้ติดต่อ พนักงาน หรือบุคคลใดที่ได้รับมอบหมาย

• บุคคลธรรมดาที่ไม่ใช่ลูกค้า/ผู้ใช้บริการของบริษัท แต่บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เช่น บุคคลที่ได้เข้าชมเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของบริษัท หรือเข้าใช้บริการที่สำนักงาน สาขาหรือสำนักงานบริการของบริษัท

• บุคคลธรรมดาที่ได้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับบริษัท หรือที่บริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลมาทั้งทางตรงและทางอ้อมไม่ว่าผ่านช่องทางใด

ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัทดำเนินการในฐานะนายหน้าประกันภัยและ/หรือนายหน้าประกันชีวิต บริษัทอาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการของบริษัท และบริษัทประกันภัยที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ท่านประสงค์จะซื้ออาจเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลแยกต่างหากสำหรับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของบริษัทประกันภัยนั้น

2. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนของท่าน หรืออาจจะระบุตัวตนของท่านได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับขอบเขตบริการที่ท่านใช้หรือความสนใจในบริการหรือผลิตภัณฑ์ประกันภัยของท่าน หรือกิจกรรมความสัมพันธ์ของท่านที่มีอยู่กับบริษัท ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะข้อมูลดังต่อไปนี้

• ชื่อ นามสกุล เพศ วันเดือนปีเกิด คำนำหน้านาม สถานภาพ หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน ข้อมูลที่ปรากฏบนหนังสือเดินทาง 

• ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวซึ่งอาจประกอบด้วย ศาสนา ข้อมูลชีวภาพ อัตลักษณ์ ข้อมูลสุขภาพ ทุพพลภาพ ความพิการ ซึ่งรวมไปถึงข้อมูลทางการแพทย์ เช่น บันทึกการตรวจทางการแพทย์ ประวัติการรักษาพยาบาล เป็นต้น รวมไปถึงคำถามเรื่องสุขภาพ และหรือข้อมูลสุขภาพที่แสดงในรูปเอกสาร ฟิล์ม ภาพถ่าย หรือบันทึกโดยเครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือข้อมูลอื่นใด ที่จะเป็นประโยชน์ในการให้บริการ ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวข้างต้น บริษัทจะจัดเก็บเท่าที่จำเป็นและเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติไว้

• ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่ อีเมล หมายเลขโทรศัพท์ เป็นต้น

• ข้อมูลทางการเงิน เช่น ข้อมูลการชำระเงิน หมายเลขบัตรเครดิต เป็นต้น

• ข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทาง เช่น วันที่เดินทาง สถานที่เดินทางไปกลับ และหรือรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง เป็นต้น

• ข้อมูลเกี่ยวกับยานพาหนะ เช่น ใบอนุญาตขับขี่ ทะเบียนรถ หมายเลขทะเบียน หมายเลขตัวถัง ยี่ห้อรถ รุ่น ปีที่ผลิต เป็นต้น

• ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่น เช่น สมาชิกในครอบครัว ผู้ขับขี่อื่น ผู้แทนโดยชอบธรรม หรือผู้รับผลประโยชน์ ตามที่เจ้าของข้อมูลนำส่งและ/หรือเปิดเผยแก่บริษัท เพื่อติดต่อหรือดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกันภัยและ/หรือบริการของบริษัท

• ข้อมูลเพื่อใช้ในการพัฒนาการให้บริการ และข้อมูลที่จำเป็นสำหรับบริษัทในการปฏิบัติตามกฎหมาย รวมถึงข้อมูลเพื่อการตรวจสอบและใช้ในการดำเนินการที่เกี่ยวข้องในกรณีที่มีการกระทำผิดเงื่อนไขการใช้บริการ หรือผิดกฎหมายใด

• ข้อมูลทางเทคนิคและข้อมูลการใช้งาน เช่น ข้อมูลการเข้าใช้งานเว็บไซต์ ข้อมูลอุปกรณ์ ข้อมูลการใช้งานระบบที่อยู่

ไอพี (IP Address) ข้อมูลคุกกี้ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานเว็บไซต์ของบริษัท

3. ฐานการทางกฎหมาย

บริษัทมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลข้างต้นตามข้อ 2 โดยฐานทางกฎหมายที่บริษัทใช้เป็นหลัก ได้แก่ เพื่อการปฏิบัติตามสัญญา หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น หรือเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย หรือเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัท หรือเพื่อการก่อตั้ง ใช้ หรือยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย รวมถึงเพื่อการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการของบริษัทในฐานะนายหน้าประกันภัยและ/หรือนายหน้าประกันชีวิตตามที่ท่านร้องขอ ซึ่งหากท่านไม่ให้ข้อมูลดังกล่าว บริษัทอาจไม่สามารถให้บริการหรือดำเนินการตามที่ท่านร้องขอได้

4. แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล

4.1 บริษัทอาจเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยตรงจากช่องทางและกิจกรรมต่างๆ เช่น

• ขั้นตอนการยื่นคำขอ การสมัคร หรือการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการขอซื้อหรือใช้ผลิตภัณฑ์ประกันภัยกับบริษัทเช่น การขอเอาประกันภัย เป็นต้น

• ข้อมูลที่ได้รับจากการทำแบบสอบถามของท่าน การรับส่งข้อความทางอีเมล หรือช่องทางสื่อสารอื่น ๆ ระหว่างบริษัทกับท่าน

• ข้อมูลที่ได้รับจากการใช้เว็บไซต์ของบริษัทผ่าน Cookies ของท่าน หรือเทคโนโลยีที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน เช่น Google Analytics ตามนโยบายการใช้ cookies ของบริษัท

• ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้กับบริษัทผ่านพนักงาน หรือผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ของบริษัท เป็นต้น

• ข้อมูลที่ท่านได้ให้กับบริษัทก่อนหรือในขณะที่ท่านจะเข้าเป็นคู่ค้า พันธมิตร ผู้ให้บริการ คู่สัญญากับบริษัท

4.2 บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่จากท่านโดยตรง โดยบริษัทจะดำเนินการดังกล่าวจากแหล่งข้อมูลที่มีสิทธิหรือมีฐานทางกฎหมายในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เช่น หน่วยงานของรัฐ บริษัทในเครือ บริษัทในกลุ่มของบริษัท บริษัทในเครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกัน พันธมิตรทางธุรกิจ คู่สัญญาของบริษัท  บริษัทประกันภัย ผู้ให้บริการ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการด้านประกันภัย ผู้รับจ้างช่วงที่บริษัทไว้วางใจให้ดำเนินการสมัครบริการ ให้บริการแก่ท่าน แหล่งข้อมูลสาธารณะ สื่อสังคมออนไลน์ หรือสื่อสาธารณะ เป็นต้น

5. วัตถุประสงค์การเก็บรวบรวม ใช้และเปิดเผย

• เพื่อให้บริการตามสัญญาซึ่งท่านเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญาประกันภัย รวมถึงการให้บริการในฐานะนายหน้าประกันภัยและ/หรือนายหน้าประกันชีวิต

• เพื่อให้ข้อมูล คำแนะนำ เสนอราคา และ/หรือเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์และข้อเสนอด้านประกันภัย รวมถึงอำนวยความสะดวกในการขอเอาประกันภัยและการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการทำสัญญาประกันภัย

• เพื่อการบริหารจัดการข้อมูล การตรวจสอบและการบริหารความเสี่ยง รวมถึงการส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่มีอำนาจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกัน ตรวจสอบ และดำเนินการเกี่ยวกับการทุจริต การกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือการกระทำที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท ลูกค้า หรือบุคคลอื่น

• เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลในการให้บริการ การวางแผนการตลาด กิจกรรมทางการตลาดของบริษัทและกลุ่มพันธมิตร ที่บริษัทเป็นคู่สัญญาหรือมีนิติสัมพันธ์ตามกฎหมาย รวมถึงการประเมินและปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ และการวางแผนทางธุรกิจของบริษัท

• เพื่อแจ้งและนำเสนอ สิทธิประโยชน์ ข้อมูล ข่าวสาร รายการส่งเสริมการขาย และข้อเสนอต่าง ๆ เกี่ยวกับการสมัคร การซื้อขายสินค้า หรือการใช้บริการต่าง ๆ ของบริษัทรวมถึงนิติบุคคลหรือกลุ่มพันธมิตรที่บริษัทเป็นคู่สัญญาหรือมีนิติสัมพันธ์ ในกรณีที่ท่านแจ้งความประสงค์ให้บริษัทติดต่อกลับ

• เพื่อการขอเอาประกันภัย การประสานงานและอำนวยความสะดวกในการยื่นคำขอเอาประกันภัย การส่งข้อมูลและเอกสารให้แก่บริษัทประกันภัย การออกและบริหารจัดการกรมธรรม์ การให้บริการที่เกี่ยวข้องกับกรมธรรม์ การให้บริการด้านการชำระเงิน และการทำธุรกรรมทางออนไลน์หรือการใช้บริการต่าง ๆ ของบริษัท รวมถึงการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับบริษัทประกันภัยหรือผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ท่านประสงค์จะซื้อหรือใช้บริการ

• เพื่อดำเนินการพิสูจน์และยืนยันตัวตนของผู้สมัครสำหรับลงทะเบียนและเข้าใช้บริการ

• เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพอนามัยของบุคคล ในกรณีที่จำเป็น

• เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หรือคำสั่งของหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานกำกับดูแลที่มีอำนาจ และ/หรือมีเหตุจำเป็นอื่นใดเพื่อประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของบริษัท

• เพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดที่กฎหมายกำหนดให้เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

• เพื่อให้บริการหลังการขาย หรือบริการอื่นใดตามที่ท่านร้องขอ ให้มีการสนับสนุนการใช้งาน ให้ข้อมูล ตอบรับ และแก้ไขข้อร้องเรียนต่างๆ

• เพื่อสอบถาม ประเมิน และวิเคราะห์ความเข้าใจ ความต้องการและความพึงพอใจของท่าน เพื่อปรับปรุงการให้บริการของบริษัท

• เพื่อการแจ้งข้อมูล ข่าวสาร ให้แก่หน่วยงานกำกับดูแลและภาครัฐที่มีอำนาจตามกฎหมาย

• เพื่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล ระบบสารสนเทศ และเครือข่ายการให้บริการของบริษัท

6. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้บุคคลอื่น

บริษัทจะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านกับบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลอื่นที่ไม่ได้เป็นบริษัทในเครือ บริษัทในกลุ่มของบริษัท บริษัทในเครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกัน พันธมิตรทางธุรกิจของกลุ่มบริษัท หรือหน่วยงาน องค์กร นิติบุคคลหรือบุคคลใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการของบริษัท(“บุคคลอื่น”) เว้นแต่เป็นการเปิดเผยเพื่อวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ระบุไว้ในข้อ 5 ของประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ โดยบริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้บุคคลอื่น เช่น

• ผู้ให้บริการเกี่ยวกับธุรกรรมและการเงิน เช่น ธนาคาร บริษัทรับชำระเงินแทน เป็นต้น

• ผู้ให้บริการระบบคลาวด์

• ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท

• ผู้ให้บริการทางด้านเทคโนโลยี และจัดทำโปรแกรมหรือระบบไอทีต่าง ๆ

• บริษัทประกันภัยหรือผู้รับประกันภัยที่ท่านประสงค์จะซื้อหรือใช้ผลิตภัณฑ์ประกันภัย รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาและการให้บริการตามกรมธรรม์ประกันภัย

• ที่ปรึกษาวิชาชีพ

• ผู้ให้บริการประกันภัยที่ท่านประสงค์จะเข้าใช้บริการ

• หน่วยงานที่ต้องการตรวจสอบการบริหารจัดการข้อมูลทั้งภายนอกและภายใน เพื่อป้องกันการทุจริต

• หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย หน่วยงานที่มีอำนาจควบคุมและกำกับดูแลตามกฎหมาย

• หน่วยงานอื่น เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมาย เช่น หน่วยงานที่ปฏิบัติตามคำสั่งทางกฎหมาย หน่วยงานตรวจสอบ หรือกระบวนการทางกฎหมาย / การฟ้องร้อง

• บุคคลที่จำเป็นเพื่อให้บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจและให้บริการแก่ท่าน รวมถึงดำเนินการใด ๆ ตามวัตถุประสงค์การเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ระบุไว้ในนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

• บริษัทในเครือ บริษัทในกลุ่มของบริษัท บริษัทในเครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกัน พันธมิตรทางธุรกิจของกลุ่มบริษัท

นิยามของบริษัทในกลุ่มของบริษัท เครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกัน มีความหมายดังต่อไปนี้

“บริษัทในกลุ่มของบริษัท” หมายถึง บริษัทที่มีรายชื่อตามรายละเอียดที่แนบในประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ รวมถึง บริษัทที่อยู่ในเครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกันกับบริษัท

“เครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกัน” หมายถึง กิจการที่บริษัทมีอำนาจควบคุมบริหารจัดการเหนือกิจการอื่น หรือกิจการที่ถูกควบคุมโดยบริษัทที่มีอำนาจเหนือกิจการอื่น ในรูปแบบบริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกันทางกฎหมาย หรือเกี่ยวข้องกันเนื่องจากการประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจร่วมกัน โดยใช้หลักเกณฑ์การพิจารณาตามมาตรฐานทางบัญชีอันเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป

7. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ และเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในระยะเวลาเท่าที่จำเป็น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ระบุไว้ในประกาศฯ ฉบับนี้ โดยบริษัทจะพิจารณาระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลตามลักษณะของข้อมูล วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูล และระยะเวลาของสัญญาหรือนิติสัมพันธ์ระหว่างท่านกับบริษัท รวมถึงระยะเวลาที่บริษัทมีหน้าที่ต้องเก็บรักษาข้อมูลตามกฎหมายและกฎระเบียบที่ใช้บังคับกับบริษัท

เมื่อพ้นระยะเวลาที่จำเป็นดังกล่าว บริษัทจะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ตามมาตรฐานและขั้นตอนที่บริษัทกำหนด เว้นแต่บริษัทมีความจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวต่อไปเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎระเบียบที่ใช้บังคับกับบริษัท เพื่อปฏิบัติตามคำสั่งของหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อการตรวจสอบภายใน เพื่อการก่อตั้ง ใช้ หรือป้องกันสิทธิเรียกร้องทางกฎหมาย หรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่นที่กฎหมายอนุญาต ซึ่งบริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลไว้เฉพาะเท่าที่จำเป็นและตามระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละประเภท

8.  การลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ตามมาตรฐานการทำลายข้อมูลของบริษัท เมื่อพ้นระยะเวลาจัดเก็บ หรือเมื่อบริษัทไม่มีเหตุจำเป็นในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแล้ว ซึ่งข้อมูลจะถูกจัดเก็บรักษาไว้ต่อไปตามระยะเวลาที่เหมาะสมและจำเป็นสำหรับข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละประเภท เว้นแต่บริษัทไม่สามารถลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลได้ เนื่องจากเหตุต้องปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบที่ใช้บังคับกับบริษัท หรือเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดในการปฏิบัติงานภายในของบริษัท หรือเพื่อดำเนินการตามข้อเรียกร้องทางกฎหมายหรือกรณีที่หน่วยงานกำกับดูแลร้องขอ

9. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศ

บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบริษัทในเครือ บริษัทในกลุ่มของบริษัท บริษัทในเครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกัน พันธมิตรทางธุรกิจของกลุ่มบริษัท ที่บริษัทเป็นคู่สัญญาหรือมีนิติสัมพันธ์ตามกฎหมาย รวมทั้งแพลตฟอร์มของคลาวด์ (Cloud) ในต่างประเทศ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของท่าน ประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจในภาพรวม เพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุในข้อ 5 ของประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ และเพื่อในการดำเนินกิจการของบริษัทเท่าที่จำเป็น

ทั้งนี้ ท่านตกลงและยินยอมให้บริษัทส่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านออกนอกประเทศไทยไปยังบุคคลหรือหน่วยงานที่อยู่ในประเทศอื่น หรือภายใต้เขตอำนาจกฎหมายของประเทศอื่น ไม่ว่ากฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศนั้นอาจถึงเกณฑ์หรือไม่ถึงเกณฑ์มาตรฐานของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย ทั้งนี้ บริษัทจะปฏิบัติตามขั้นตอนที่เหมาะสมในการคุ้มครองรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในระดับเดียวกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย

นอกจากนี้ บริษัทอาจส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบริษัทในเครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกันที่อยู่ในต่างประเทศ โดยบริษัทได้กำหนดนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล ไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งอยู่ต่างประเทศและอยู่ในเครือกิจการ หรือเครือธุรกิจเดียวกันเพื่อการประกอบกิจการหรือธุรกิจร่วมกัน

10. การขอความยินยอม

ในกรณีที่บริษัทไม่สามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นได้ บริษัทอาจขอความยินยอมจากท่าน ในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

10.1 ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Data) เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อการใช้หรือให้บริการของบริษัทบางประเภทเท่านั้น เช่น ข้อมูลของบุคคลที่มีความบกพร่องทางการมองเห็นและการได้ยิน ข้อมูลสุขภาพเพื่อวัตถุประสงค์ในการส่งพิจารณาการทำสัญญาประกันภัย และหรือเพื่อวัตถุประสงค์ในการพิสูจน์และยืนยันตัวตนของผู้ใช้บริการ เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลทางชีวภาพ (Biometric) ซึ่งหากบริษัทไม่สามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นได้ บริษัทจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน

10.2 เพื่อการวิเคราะห์ วิจัย ทำสถิติรวมถึงการพัฒนาปรับปรุงบริการหรือสินค้าของบริษัทหรือกลุ่มพันธมิตรของบริษัท ที่ไม่ใช่การดำเนินการเพื่อประโยชน์สาธารณะ

10.3 การดำเนินการทางการตลาด การนำส่งข้อเสนอบริการ ข่าวสาร คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ การออกกลยุทธ์ทางการตลาด การเสนอสิทธิพิเศษในการเข้าร่วมกิจกรรมที่บริษัท พันธมิตรทางธุรกิจหรือนิติบุคคลอื่นที่มีนิติสัมพันธ์กับบริษัทในการให้บริการ ซึ่งหากบริษัทไม่สามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นได้ บริษัทจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านก่อน10.4 หากบริษัททราบอยู่ก่อนแล้วว่าเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ ซึ่งบริษัทจะต้องได้รับความยินยอมจากบิดามารดา หรือผู้ปกครอง บริษัทจะไม่เก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้เยาว์จนกว่าจะได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจ เว้นแต่เป็นกรณีที่มีฐานทางกฎหมายกำหนดให้บริษัทสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอม

11. สิทธิของท่านเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านสามารถขอใช้สิทธิของท่านภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมาย และนโยบายที่กำหนดไว้ในขณะนี้หรือที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต โดยสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ของบริษัทหรือขอใช้สิทธิด้วยตัวท่านเอง ตามช่องทางที่บริษัทกำหนดไว้ เพื่อยื่นคำร้องโดยบริษัทจะขอให้ท่านแสดงหลักฐานเพื่อพิสูจน์ว่าท่านเป็นเจ้าของข้อมูลจริง 

บริษัทอาจมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามแต่กรณีหากพบว่าคำขอของท่านไม่มีมูล ซ้ำซาก หรือมีจำนวนมากเกินจำเป็น และบริษัทอาจปฏิเสธคำร้องขอใช้สิทธิที่ไม่สุจริต/ไม่สมเหตุสมผล/ไม่สามารถปฏิบัติได้จริง หรืออาจปฏิเสธคำร้องขอของท่านตามหลักเกณฑ์อื่นใดที่กฎหมายกำหนด 

ทั้งนี้ ท่านมีสิทธิในการร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดและมีสิทธิดำเนินการดังนี้

11.1 สิทธิขอถอนความยินยอม

เมื่อท่านให้ความยินยอมกับบริษัทเพื่อวัตถุประสงค์อย่างหนึ่งอย่างใดโดยเฉพาะแล้ว ท่านมีสิทธิถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ เว้นแต่เป็นกรณีที่มีข้อจำกัดสิทธิตามกฎหมาย หรือเกี่ยวข้องกับสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่าน ทั้งนี้การถอนความยินยอมอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของท่านจึงควรศึกษา สอบถามถึงผลกระทบก่อนการดำเนินการใช้สิทธิดังกล่าว หากการถอนความยินยอมของท่านทำให้บริษัทไม่สามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์หรือให้บริการบางอย่างให้แก่ท่านได้ บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงผลกระทบจากการถอนความยินยอม ทั้งนี้ การถอนความยินยอมของท่านจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ได้ให้ความยินยอมไว้แล้วโดยชอบก่อนการถอนความยินยอมดังกล่าว

11.2 สิทธิขอเข้าถึงข้อมูลและขอรับสำเนา

ท่านมีสิทธิขอเข้าถึง ขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่บริษัทกำหนด หรือขอให้เปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บริษัทอาจปฏิเสธคำขอของท่านได้ตามที่กฎหมายกำหนดหรือตามคำสั่งศาล หรือกรณีที่คำขอของท่านจะส่งผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น

11.3 สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูล

ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในกรณีที่บริษัทได้ทำให้ข้อมูลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ และมีสิทธิขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลภายนอก หรือขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้ส่งหรือโอนไปยังบุคคลภายนอก เว้นแต่บริษัทไม่สามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ หรือโดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้ หรือบริษัทมีเหตุในการปฏิเสธคำขอของท่านโดยชอบด้วยกฎหมาย

11.4 สิทธิขอคัดค้าน

ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ ในกรณีใช้เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ ซึ่งการใช้สิทธิคัดค้านของท่านอาจทำให้บริษัทไม่สามารถให้บริการแก่ท่านได้

• การรับข้อความ หรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด เพื่อประชาสัมพันธ์จากบริษัท

• การรับข้อความ หรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด เพื่อประชาสัมพันธ์จากผู้ให้บริการเสริมที่เป็นคู่สัญญากับบริษัท

• การรับข้อความ หรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด เพื่อประชาสัมพันธ์จากพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท

• การเสนอบริการ และการส่งเสริมการตลาดด้วยบุคคลทางโทรศัพท์

• การตลาดแบบตรง

อย่างไรก็ดี หากท่านประสงค์จะยื่นคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยเป็นไปเพื่อการดำเนินงานที่จำเป็นภายใต้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือเพื่อภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ บริษัทอาจจะยังคงการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยต่อไป หากบริษัทแสดงให้เห็นถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่า หรือเป็นไปเพื่อการก่อตั้ง สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องทางกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย

ทั้งนี้ บริษัทอาจปฏิเสธคำขอของท่านได้ตามที่กฎหมายกำหนดหรือตามคำสั่งศาล หรือกรณีที่คำขอของท่านจะส่งผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น

11.5 สิทธิขอระงับการใช้ข้อมูล

ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราว ในกรณีที่บริษัทอยู่ระหว่างการตรวจสอบตามคำร้องขอใช้สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลหรือขอคัดค้านของท่าน หรือกรณีอื่นใดที่บริษัทหมดความจำเป็นและต้องลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแต่ท่านขอใช้สิทธิให้บริษัทระงับการใช้แทน

11.6 สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล

ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทลบหรือทำลายข้อมูลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้ เว้นแต่กรณีที่บริษัทมีความจำเป็นต้องปฏิบัติตามสัญญาสำหรับการให้บริการหรือมีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายในการปฏิเสธคำขอของท่าน

11.7 สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล

ท่านมีสิทธิขอแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ และทำให้ข้อมูลของท่านเป็นปัจจุบันได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย

11.8 สิทธิในการร้องเรียน

ท่านมีสิทธิในการร้องเรียนเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลได้ โดยท่านสามารถแจ้งมาที่ช่องทางการติดต่อของบริษัท เพื่อได้รับการตรวจสอบชี้แจงหรือแก้ไขข้อกังวลต่าง ๆ จากบริษัทก่อน หรือร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่มีอำนาจในการกำกับดูแลตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

12. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยและคุณภาพของข้อมูล

12.1 บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทจึงกำหนดให้มีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง ทำลาย ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไขหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีสิทธิหรือโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตลอดจนการป้องกันมิให้มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยมิได้รับอนุญาต ทั้งนี้ เป็นไปตามที่กำหนดในนโยบายกลุ่มรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

12.2 ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทได้รับมา เช่น ชื่อ อายุ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน ข้อมูลทางการเงิน เป็นต้น ซึ่งสามารถบ่งบอกตัวบุคคลของท่านได้ และเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความถูกต้องและเป็นปัจจุบัน จะถูกนำไปใช้ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้ต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และบริษัทจะดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

13. กิจกรรมทางการตลาดและการส่งเสริมการตลาด

ในระหว่างการใช้บริการ บริษัท บริษัทในเครือ บริษัทในกลุ่มของบริษัท บริษัทในเครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกัน พันธมิตรทางธุรกิจของกลุ่มบริษัท ผู้โฆษณา หรือผู้ร่วมให้บริการเสริม อาจส่งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับกิจกรรมทางการตลาดและการส่งเสริมการตลาด ผลิตภัณฑ์ประกันภัยและบริการของบริษัท รวมถึงบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล หรือบริการให้สิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ท่านอาจมีความสนใจ โดยท่านสามารถดำเนินการยกเลิกความยินยอมในการรับแจ้งข้อมูลข่าวสารได้ ตามช่องทางที่บริษัทกำหนด

14. นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเว็บไซต์อื่น

ประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ใช้เฉพาะสำหรับการให้บริการของบริษัทและการใช้งานเว็บไซต์ของบริษัทเท่านั้น หากท่านได้เชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์อื่น แม้จะผ่านช่องทางในเว็บไซต์ของบริษัทก็ตาม ท่านจะต้องศึกษาและปฏิบัติตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฏในเว็บไซต์นั้น ๆ แยกต่างหากจากของบริษัท

15. ในกรณีที่ท่านปฏิเสธไม่ให้เก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายหรือเพื่อการเข้าทำสัญญาระหว่างท่านกับบริษัท หรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่นที่กำหนดในข้อ 5 ของประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้หรือตามที่กฎหมายกำหนด หากท่านประสงค์ที่จะไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บริษัท อาจส่งผลให้บริษัทไม่สามารถให้บริการแก่ท่านได้ในกรณีที่บริษัทใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา หรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่นที่กำหนดในข้อ 5 ของประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ และการปฏิบัติตามกฎหมาย

ในกรณีที่บริษัทมีความจำเป็นต้องขอความยินยอมจากท่านในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (เนื่องจากไม่มีฐานทางกฎหมายอื่น) หากท่านไม่ยินยอมให้บริษัทใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ท่านยังคงสามารถใช้บริการของบริษัทได้ ซึ่งอาจทำให้ท่านได้รับความสะดวกจากการใช้บริการน้อยลง เนื่องจากบริษัทไม่ได้รับความยินยอมให้ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อย่างเต็มประสิทธิภาพ

16. การนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้งานและการกำกับดูแล

เพื่อประสิทธิภาพและคุณภาพการให้บริการที่ดี บริษัทได้นำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้งาน โดยอยู่ภายใต้หลักการจริยธรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI Ethics) และการใช้งานปัญญาประดิษฐ์อย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Artificial Intelligence Principle) ของบริษัท ดังต่อไปนี้

• ความเป็นธรรม (Fairness) บริษัทจะใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเป็นธรรม ปราศจากอคติ และไม่ก่อให้เกิดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคล

• การตัดสินใจของมนุษย์และการกำกับดูแล (Human Agency and Oversight) เปิดโอกาสให้มนุษย์มีบทบาทในการตัดสินใจ และมีการกำกับดูแล ตรวจสอบผลลัพธ์ และควบคุมการทำงานอย่างเหมาะสม

• ความเป็นส่วนตัวและความมั่นคงปลอดภัย (Privacy and Security) บริษัทมีการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันการเข้าถึงหรือการใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต

• ความปลอดภัยและความเสถียร (Safety and Robustness) มีความปลอดภัยในการใช้งาน สามารถทำงานได้อย่างถูกต้องและเสถียรแม้ในสภาวะที่ไม่สมบูรณ์หรือเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด

• ความโปร่งใสและความสามารถในการอธิบายผลลัพธ์ (Transparency and Explainability) มีความโปร่งใสในการทำงาน และสามารถอธิบายเหตุผลของการตัดสินใจได้

• ความรับผิดชอบ (Accountability) มีการกำหนดความรับผิดชอบอย่างชัดเจนต่อการพัฒนา การใช้งาน และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น พร้อมรองรับการตรวจสอบและกำกับดูแลได้

• ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (Environment Impact) บริษัทจะคำนึงถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

17. การดำเนินการ แนวปฏิบัติ และนโยบายที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทมีนโยบายปฏิบัติตามกฎหมายรวมถึงประกาศของคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย และแนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าสำหรับธุรกิจประกันวินาศภัยและธุรกิจประกันชีวิต สิทธิในความเป็นส่วนตัว และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงออกมาตรการคุ้มครองข้อมูลผู้ใช้บริการบนหน้าเว็บไซต์ของบริษัท

18. เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer : DPO) เพื่อตรวจสอบการดำเนินการของบริษัทที่เกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล นอกจากนี้ บริษัทได้จัดทำระเบียบ คำสั่งให้ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการตามที่กำหนดไว้ เพื่อให้การดำเนินงานตามแนวนโยบายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย อีกทั้ง ยังเป็นไปตามนโยบายของคณะกรรมการกำกับการบริหารข้อมูลส่วนบุคคลและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของบริษัท

19. ช่องทางการติดต่อบริษัทเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท แอดวานซ์ ดิจิทัล ดิสทริบิวชั่น จำกัด 

เลขที่ 414 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400

โทรศัพท์ 02-029-5215 (ในเวลาทำการ) เวลาทำการทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30 – 17.30 น. 

(หยุดวันหยุดนักขัตฤกษ์) อีเมล: [email protected]

หรือติดต่อผ่าน สำนักคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Office Unit):

[email protected]

บริษัทอาจมีการเปลี่ยนแปลง แก้ไข เพิ่มเติมประกาศคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้เป็นครั้งคราวตามความเหมาะสมและความจำเป็นของบริษัท ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงบริษัทจะแจ้งประกาศคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับใหม่ไว้บนเว็บไซต์ของบริษัท


แก้ไขล่าสุด: สิงหาคม 2569

หรือ

สำหรับลูกค้าทั่วไปที่ต้องการจัดการกรมธรรม์

สวัสดี คุณ

สวัสดี